กระจก “เจียรริม” vs “เจียรปลี” เลือกแบบไหนให้ตอบโจทย์งานดีไซน์?

เวลาต้องสั่งงานกระจกตกแต่งว่าควรเลือกการ “เจียรริม” กระจกแบบไหนดี? เพราะนอกจากจะช่วยลบคมเพื่อความปลอดภัยแล้ว การเจียรแต่ละแบบยังส่งผลต่อ “มิติ” และ “ความสวยงาม” ของกระจกอย่างมาก

วันนี้เราจะมาเจาะลึกความแตกต่างระหว่าง การเจียรริม (Polished Edge) และ การเจียรปลี (Beveled Edge) ว่าแต่ละแบบเหมาะกับงานประเภทไหน

1. กระจกเจียรริม (Polished Edge) : เรียบง่าย ทันสมัย

การเจียรริม คือการลบคมกระจกให้มีความเรียบเนียน เงางาม โดยความหนาของกระจกจะยังคงเท่าเดิมตลอดทั้งบาน

ลักษณะเด่น:

  • ขอบกระจกจะใส เงา และมนเล็กน้อยเพื่อป้องกันการบาด
  • เน้นความเรียบเนียนไปกับผิวสัมผัส
  • มักใช้กับกระจกที่มีความหนาตั้งแต่ 5 มม. ขึ้นไป

เหมาะกับงานแบบไหน?

  • งานชั้นวางของ (Glass Shelves): ที่ต้องการโชว์ความใสของขอบกระจก
  • ท็อปโต๊ะกระจก (Table Top): ช่วยให้โต๊ะดูทันสมัยและปลอดภัยต่อการใช้งาน
  • ฉากกั้นอาบน้ำ (Shower Screen): เน้นความโปร่งใสและทำความสะอาดง่าย
  • ราวกันตกกระจก: ให้ลุคที่ดูคลีนและสบายตา

2. กระจกเจียรปลี (Beveled Edge) : หรูหรา มีมิติ

การเจียรปลี คือการเจียรลาดเอียงบริเวณขอบกระจกให้บางลงคล้ายกับลิ่ม ทำให้เกิด “องศา” ที่ช่วยสะท้อนแสงไฟได้สวยงามกว่าปกติ

ลักษณะเด่น:

  • ขอบกระจกจะมีความลาดเอียง (นิยมเจียรตั้งแต่ 0.5 นิ้ว ถึง 1.5 นิ้ว)
  • ปลายขอบจะบางลง แต่ตรงกลางบานยังหนาเท่าเดิม
  • สร้างประกายไฟและมิติเมื่อมีแสงตกกระทบ

เหมาะกับงานแบบไหน?

  • กระจกเงาติดผนัง (Wall Mirrors): โดยเฉพาะการนำกระจกแผ่นเล็กมาต่อกัน (Mirror Diamond Shape) จะทำให้ผนังดูหรูหรามาก
  • บานประตูเฟอร์นิเจอร์: ช่วยเพิ่มมูลค่าให้ตู้เสื้อผ้าหรือตู้โชว์
  • งานกรอบรูปหรู: ช่วยให้ภาพดูโดดเด่นและมีกรอบในตัวจากมิติของกระจก
  • งานตกแต่งโรงแรมหรือคอนโดพรีเมียม: ที่เน้นความระยิบระยับของแสง

คำแนะนำจากช่างมืออาชีพ

  • หากเน้นใช้งานหนัก: เช่น ท็อปโต๊ะอาหาร แนะนำให้เลือก “เจียรริมมน” เพราะจะทนทานต่อการกระแทกได้ดีกว่าขอบที่เจียรปลีจนบาง
  • หากเน้นโชว์ผนัง: การเลือกกระจกเงา “เจียรปลี” แล้วนำมาวางเรียงต่อกัน จะช่วยเปลี่ยนผนังธรรมดาให้ดูมีระดับขึ้นทันทีโดยไม่ต้องตกแต่งเพิ่ม

สรุป

ไม่มีแบบไหนดีกว่ากัน มีเพียงแบบที่ “ใช่” สำหรับงานของคุณ หากต้องการความเรียบง่ายให้ไปที่ เจียรริม แต่หากต้องการความหรูหรามีระดับ เจียรปลี คือคำตอบครับ

สนใจสั่งตัดกระจกพร้อมบริการเจียรริมทุกรูปแบบ ติดต่อเราเพื่อประเมินราคาหรือปรึกษาสเปกงานได้ที่ VJ Interglass โทร 084-525-2311 หรือ Add LINE : @Vjinterglass ได้เลย

Similar Posts

  • สั่งกระจกกับ “วี.เจ.”อินเตอร์กลาสทำอย่างไร?

    หากคุณต้องการใช้งานกระจกแปรรูป กับ วี.เจ.อินเตอร์กลาส (บริษัท วี.เจ.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด) ทำอย่างไรบ้าง แจ้งรายละเอียดในการสั่งกระจก ช่องทางการสั่งกระจก 1. หน้าร้าน “บริษัท วี.เจ.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด” ตั้งอยู่ระหว่าง ซอยเสรีไทย 35 และ 37 ช่วงเวลาทำการคือ 2. สั่งกระจกผ่าน Line official สามารถเพิ่ม Line ID : @Vjinterglass ต้องการใช้งานกระจกแปรรูปไม่ว่าจะตัด เจาะ เจียร บาก ด้วยมาตรฐานและช่างผู้เชี่ยวชาญมากนานกว่า 40 ปี ติดต่อ VJ Interglass โทร 084-525-2311 หรือ Add LINE : @Vjinterglass ได้เลย

  • สั่งกระจกให้ “เป๊ะ” ไม่มีพลาด! ต้องใช้แบบไม้แบบไหน?

    เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมงานกระจกบางที่ถึงติดตั้งได้เนียนกริบ ไร้ช่องโหว่ แต่บางที่กลับมีช่องว่างจนน่าหงุดหงิด? เคล็ดลับไม่ได้อยู่ที่ตัวกระจกเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ “แบบไม้” ที่เราใช้สื่อสารกับโรงงานกระจก มาเจาะลึกว่า ถ้าคุณจะสั่งงานกระจก ไม่ว่าจะเป็นงานกรอบไม้หรือการทำแม่แบบ (Template) คุณควรเลือกใช้ไม้ประเภทไหนถึงจะตอบโจทย์ที่สุด ไม้สำหรับทำ “แม่แบบ” (Template) เพื่อสั่งตัดกระจก สำหรับงานกระจกรูปทรงพิเศษ (Shape) เช่น ทรงโค้ง, วงกลม หรือมุมเฉียงที่วัดด้วยตลับเมตรไม่ได้ การทำ “แบบไม้” คือหัวใจสำคัญ!! โดยความหนาขั้นต่ำ 3 มม. ขึ้นไป หรือเป็นความหนา 4-6 มม. ประเภทไม้ที่แนะนำ: ไม้อัดยาง (Plywood): มีความเสถียรสูง ไม่ยืดหรือหดตัวง่ายเมื่อเจอความร้อน ความชื้นในหน้างาน แข็งแรงพอที่จะไม่บิดเบี้ยวระหว่างขนส่งไปโรงงาน ไม้ฮาร์ดบอร์ด (Hardboard): ผิวเรียบเนียน ตัดแต่งรูปทรงได้ง่ายด้วยเลื่อยมือ เหมาะสำหรับงานโค้งมนที่ต้องการความละเอียดสูง Pro Tip จากประสบการณ์: หลีกเลี่ยงการใช้ “กระดาษลูกฟูก” หรือ “ฟิวเจอร์บอร์ด”ทำแบบสำหรับงานชิ้นใหญ่ เพราะกระดาษมีความยืดหยุ่นสูงและหักงอง่าย อาจทำให้ขนาดกระจกคลาดเคลื่อนได้ถึง 2-5…